พิธีการศุลกากร ณ ทำเนียบท่าเรือเอกชน

ส่วนตรวจสินค้านอกเขตท่า หน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนตรวจสินค้านอกเขตท่า ส่วนตรวจสินค้านอกเขตท่า (สตน.) เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศุลกากรกรุงเทพฯ มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้ 1. ดำเนินการด้านพิธีการศุลกากร จัดเก็บภาษีอากรและตรวจปล่อยของที่นำเข้าหรือส่งออกสินค้าถ่ายลำ สินค้าผ่านแดนของท่าเรือเอกชน และ รพท/ICD ในสังกัด 2. ดำเนินการเกี่ยวกับคดี 3. ดำเนินการเกี่ยวกับของกลางและของตกค้าง ****สถานที่ตั้ง ชั้น 1 อาคาร 120 ปี กรมศุลการ การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนตรวจสินค้านอกเขตท่า  แบ่งออกเป็น 1. ฝ่ายตรวจสินค้า รพท. 2. ฝ่ายตรวจสินค้าท่าเรือเอกชน ฝ่ายตรวจสินค้าท่าเรือเอกชน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้  2.1 ปฏิบัติพิธีการเรือเข้า – ออก และปฏิบัติพิธีการนำเข้า – ส่งออก (เหมือนท่าเรือแหลมฉบัง) 2.2 ประเมินราคาและภาษีอากร รวมทั้งจัดเก็บภาษีและรายได้อื่นๆ 2.3 ควบคุมการขนถ่าย การเก็บรักษา การตรวจปล่อยของที่นำเข้าหรือส่งออก สินค้าผ่านแดน และสินค้าถ่ายลำ 2.4 ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์สินค้า 2.5 ดำเนินการเกี่ยวกับคดี ของกลางของตกค้าง ทำเนียบท่าเรือเอกชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ… Read More »

การจัดตั้งทำเนียบท่าเรือและคลังสินค้า

การจัดตั้งทำเนียบท่าเรือและคลังสินค้า ทำเนียบท่าเรือ เป็นที่สำหรับบรรทุกของลงและขนของขึ้นจากเรือที่เข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร โดยปกติแล้วการขนถ่ายหรือบรรทุกของจะกระทำที่อื่นนอกจากทำเนียบท่าเรืออนุมัติไม่ได้ เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมศุลกากร คำว่า “คลังสินค้า” ตามคำนิยามในมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 หมายความถึงโรงพักสินค้า ที่มั่นคง และคลังสินค้าทัณฑ์บน ซึ่งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง และคลังสินค้าทัณฑ์บน ใช้เป็นที่ตรวจของและเก็บรักษาของที่ศุลกากรยังมิได้ตรวจมอบ สำหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนที่มีความแตกต่างทั้งในการจัดตั้งและวิธีเก็บของ จึงขอแยกเรื่องคลังสินค้าทัณฑ์บนไปกล่าวไว้ต่างหาก 1. ผู้อนุมัติให้จัดตั้งทำเนียบท่าเรือ โรงพักสินค้า และที่มั่นคง 1) ทำเนียบท่าเรือ ผู้มีอำนาจในการกำหนดสถานที่สำหรับบรรทุกหรือขนถ่ายของได้แก่อธิบดีกรมศุลกากร จะกำหนดมากหรือน้อยแห่งก็ได้เมื่อเห็นเป็นการสมควร ผู้ขอจัดตั้งทำเนียบท่าเรือเป็นเอกชน จะกำหนดมากหรือน้อยแห่งก็ได้เมื่อเห็นเป็นการสมควร ผู้ขอจัดตั้งทำเนียบท่าเรือเป็นเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ เมื่อได้รับอนุมัติให้จัดตั้งได้แล้วจึงจะมีผลเป็นทำเนียบท่าเรือตามกฎหมายหรือเรียกกันว่า “ทำเนียบท่าเรืออนุมัติ” การอนุมัติให้จัดตั้งทำเนียบท่าเรือเป็นไปตามมาตรา 6(1) แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 ซึ่งบัญญัติว่า “มาตรา 6 (1) อธิบดีจะกำหนดที่อันสมควรมากน้อยแห่งให้เป็นทำเนียบท่าเรือตามกฎหมาย สำหรับบรรทุกของลงและขนของขึ้น และกำหนดแสดงเขตแห่งทำเนียบท่าเรือนั้นๆ ไว้ก็ได้ ห้ามมิให้เรือลำใดบรรทุกสินค้าลงหรือขนสินค้าขึ้น ณ ที่อื่น นอกจาก ณ ที่ซึ่งได้รับอนุมัติดังว่านั้น หรือภายในเขตที่อธิบดีได้อนุมัติ และอธิบดีจะเรียกประกันจากเจ้าของหรือผู้ปกครองที่นั้น โดยให้ทำทัณฑ์บนหรืออย่างอื่นจนเป็นที่พอใจก็ได้” เราจะเห็นว่าบทบัญญัติมาตรานี้ได้กำหนดแสดงเขตแห่งทำเนียบท่าเรือไว้ด้วยเหมือนกัน เขตดังกล่าวนี้อาจเรียกสั้นๆ… Read More »

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดและแบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดและแบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง พ.ศ.2545 ประกาศกระทรวงการคลังกำหนดพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรกรุงเทพ, สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง สำนักงานศุลกากร ภาคที่ 1-4 ดังนี้ 1. สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีเขตความรับผิดชอบในพื้นที่  1.1 โรงพักสินค้าเพื่อตรวจปล่อยของขาเข้าและบรรจุของขาออกที่ขนส่งโดยระบบคอนเทนเนอร์นอกเขตทำเนียบท่าเรือ (รพท/ICD) สถานที่ตรวจและบรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก (สตส) ทำเนียบท่าเรือเอกชน และ โรงพักสินค้าอนุมัติ ในเขตกรุงเทพฯ (ยกเว้น พื้นที่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ และสำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ และ เขตปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร (ยกเว้น พื้นที่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1) 1.2 ด่านศุลกากรรถไฟกรุงเทพฯ และด่านศุลกากรไปรษณีย์ 2. สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ยกเว้น สัตหีบ 3. สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีเขตรับผิดชอบในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี… Read More »

INCOTERMS

INCOTERMS การค้าระหว่างประเทศ คือ การติดต่อค้าขายระหว่าง 2 ประเทศหรือมากกว่านั้น ทั้งโดยภาครัฐหรือภาคเอกชน ซึ่งประกอบด้วยการนำเข้าและการส่งออก ในความเป็นจริงแล้วการส่งออกของประเทศหนึ่งคือการนำเข้าของอีกประเทศหนึ่ง เหตุที่ประเทศหนึ่งต้องการทำการค้าขายกับอีกประเทศหนึ่ง ก็เพื่อนำเข้าทรัพยากรที่ไม่เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ ตัวอย่างเช่น กลุ่มประเทศอาหรับในตะวันออกกลางนำเข้าผลิตผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหาร เพราะว่ากลุ่มประเทศอาหรับไม่สามารถเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้เพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศเหล่านี้ รูปแบบการค้าระหว่างประเทศเริ่มต้นเมื่อผู้ขายได้รัรบใบสั่งซื้อจากผู้ซื้อ และผู้ขายจะส่งใบกำกับราคาสินค้า (Proforma Invoice) ซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ราคา การบรรจุหีบห่อ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยมาให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ซื้อยอมรับเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในใบสั่งซื้อ การทำสัญญาระหว่างกันก็จะมีขึ้น สัญญาซื้อขายระหว่างประเทศประกอบด้วย คู่สัญญา 2 ฝ่าย คือ ผู้ซื้อ (Buyer) และ ผู้ขาย (Seller) และโดยหลักเสรีภาพในการทำสัญญา คู่สัญญาย่อมมีอิสระที่จะตกลงในรายละเอียดซึ่งแต่ละฝ่ายจะต้องปฏิบัติต่อกันไว้ในสัญญา อย่างไรก็ตาม มีประเด็นคำถามพื้นฐาน 3 ประเด็นที่ในสัญญาจะต้องพิจารณา คือ 1. ใครเป็นผุ้ส่งสินค้าและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง 2. ใครเป็นผู้รับภาระความเสี่ยงในกรณีที่สินค้าไม่สามารถส่งมอบได้ 3. ใครเป็นผู้รับภาระความเสี่ยงในกรณีที่สินค้าสูญหาย หรือเสียหายในระหว่างการขนส่ง การตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ หรือ INCOTERMS หรือ International Commercial Terms เป็นข้อตกลงในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องนำมาระบุไว้ในสัญญาซื้อขายให้ชัดเจน เพื่อจะได้ทราบถึงหน้าที่ซึ่งแต่ละฝ่ายต้องปฏิบัติและรับผิดชอบ… Read More »

การระบุเขตศุลกากรของท่า ที่หรือสนามบินศุลกากร

การระบุเขตศุลกากรของท่า ที่หรือสนามบินศุลกากร เขตศุลกากรนี้มีความสำคัญต่อกิจการศุลกากรเป็นอันมาก เนื่องจากเป็นการกำหนดว่าภาระภาษีอากรเกิดขึ้นแล้วหรือยัง โดยเมื่อเกิดปัญหาว่าการนำของเข้าหรือส่งของออกเป็นอันสำเร็จเมื่อไร ก็ต้องพิสูจน์จากข้อเท็จจริงที่ว่าเรือหรือยวดยานที่บรรทุกของนั้นได้เข้ามาถึงเขตศุลกากร หรือออกไปพ้นจากเขตศุลกากรแล้วหรือไม่ มาตรา 41 และ 46 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 ใช้คำว่า “เขตท่า” ซึ่งหมายถึงท่าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก คำว่า เขตท่านี้จึงเป็นคำเดียวกับคำว่าเขตศุลกากรตามมาตรา 4 (3) นั่นเอง โดยปกติแล้วเมือ่ได้จัดตั้งท่า ที่ หรือสนามบินศุลกากร จะมีกฎกระทรวงกำหนดเขตศุลกากรพร้อมกันไปด้วย คำว่าเขตศุลกากรหรือที่เรียกว่า เขตท่าเพื่อการนำเข้าและส่งออกนี้ มีความหมายแตกต่างจากคำว่า เขตท่าเพื่อการขนถ่ายและบรรทุก เพราะนั่นเป็นเพียงเขตของทำเนียบท่าเรืออนุมัติ โดยเขตทำเนียบท่าเรืออนุมัติได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายศุลกากร ซึ่งอยู่ภายในเขตศุลกากรอีกทีหนึ่ง จึงขอให้สังเกตว่า การที่กฎหมายศุลกากรกำหนดให้เรือที่เดินทางระหว่างประเทศต้องรายงานเรือเข้าภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เมื่อเรือมาถึงท่า หรือการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีการขนถ่ายของใดๆ ลงในทะเลนอกเขตท่าตามมาตรา 27 ตรี ตามมาตรา 38 คำว่า “ท่า” ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงเขตศุลกากร แต่หมายถึงเขตของทำเนียบท่าเรืออนุมัติ เท่านั้น สำหรับที่หรือด่านศุลกากรทางบก ไม่ปรากฎว่าได้กำหนดเขตศุลกากรไว้เป็นพิเศษในกฎกระทรวง แต่ได้กำหนดให้มีทางอนุมัติและด่านพรมแดนจำกัดขอบเขตเพื่อเป็นเส้นทางการนำของเข้าหรือส่งของออก ส่วนสนามบินศุลกากรส่วนมากได้ระบุเขตศุลกากรไว้เพียงสั้นๆ ว่าให้ถือเอาบริเวณสนามบินแต่ละแห่งเป็นเขตศุลกากร

On-Board MTD

On-Board MTD And what about An “On-Board” MTD or B/L? 1. The ICC Documentary credits do not require an on board document. 2. Just one showing that the goods are in the carrier’s charge 3. Without naming the actual carrying vessel.

Ex-Works

Ex-Works 1. Means that seller fulfills obligation by making goods available at its premises. 2. Buyer takes care of loading on premises as well as all other costs and risks 3. When buyer cannot carry out directly or indirectly export formalities the FCA Term should be used

DDU : Delivered Duty Unpaid

DDU : Delivered Duty Unpaid Same as DDP except that duty is not paid by seller

โลจิสติกส์กับการตลาด

โลจิสติกส์กับการตลาด แนวคิดทางการตลาด คือ การกำหนดเป้าหมายความสำเร็จขององค์กร ซึ่งขึ้นอยู่กับการกำหนดความจำเป็นและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทางการตลาด และสามารถให้การตอบสนองต่อความต้องการนั้นได้ดีกว่าคู่แข่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ แนวคิดทางการตลาดนั้นคือการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า องค์ประกอบสำคัญ 3 ประการของแนวคิดทางการตลาด คือ 1. ความพึงพอใจของลูกค้า 2. การรวมความพยายามทางการตลาด 3. กำไรของบริษัท เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ความพยายามทางการตลาดต้องรวมกับแนวความคิดของการมีผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง ที่ราคาเหมาะสม และประกอบกับการโฆษณาที่ถูกต้องและในสถานที่ที่ถูกต้อง นั่นก็คือการมีส่วนประสมการตลาดที่ถูกต้องนั่นเอง โลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญใการที่จะทำให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องและถูกสถานที่ และการสร้างอรรถประโยชน์จากการได้รับสินค้าหรือบริการนั้นทันกับความต้องการ  

แนวคิดเกี่ยวกับ Cost Trade – Off

แนวคิดเกี่ยวกับ Cost Trade – Off คือการพิจารณาเลือกการทำกิจกรรมที่มีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่ต่ำ ในสภาวะที่มีกิจกรรมหลายกิจกรรมและมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน เช่น ปัญหาของการสั่งซื้อกับการจัดให้มีของคงคลัง ในการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหานี้ ฝ่ายควบคุมของคงคลังจะเกิดความรู้สึกที่ขัดแย้งกัน กล่าวคือ ถ้าใจะให้ต้นทุนในการสั่งซื้ออยู่ในระดับต่ำ จะต้องสั่งซื้อครั้งละมากๆ แต่ถ้าจะให้ต้นทุนในการจัดให้มีของคงคลังอยู่ในระดับต่ำสุดก็ควรจะสั่งซื้อแต่ละครั้งให้มีจำนวนน้อยที่สุด ถ้าตัดสินใจโน้มเอียงไปทางหนึ่งทางใดมากเกินไป ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นทุนของอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนรวมทั้งหมดด้วย ดังนั้น ฝ่ายควบคุมของคงคลังจะต้องพยายามประสานระหว่างทางเลือกทั้งสองเข้าด้วยกัน เพื่อให้ต้นทุนรวมทั้งสิ้นในการดำเนินการให้มีของคงคลังต่ำที่สุด สรุปได้ว่า ต้นทุนการออกใบสั่งซื้อจะเป็นสัดส่วนกลับ กับขนาดของการสั่งซื้อและต้นทุนในการจดให้มีของคงคลังจะเป็นสัดส่วนตรงกับปริมาณของที่สั่งซื้อเข้ามาเก็บไว้ในคลัง